การเตรียมตัว ไปศึกษาต่อโรงเรียนต่างประเทศ

ทุกวันนี้ ความนิยมในการไปศึกษาต่อโรงเรียนต่างประเทศยังคงมีอยู่ และยังเป็นเป้าหมายสำคัญในการศึกษาเพื่อนำความรู้มาประกอบอาชีพที่มั่นคงและมีรายได้ดี รวมทั้งตลาดงานในประเทศไทยยังต้องการผู้จบการศึกษาจากต่างประเทศ ซึ่งมีความรู้ภาษาอังกฤษในระดับใช้งานได้ดี แต่สภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันทำให้ค่าใช้จ่ายในการไปศึกษาต่อโรงเรียนต่างประเทศสูงขึ้นอย่างมาก ดังนั้นก่อนตัดสินใจไปศึกษาต่อ ณ ประเทใด ซึ่งเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญที่มีผลต่อชีวิตการงานในอนาคตเป็นอย่างยิ่งนั้น ควรได้พิจารณาถึงความพร้อมในด้านต่างๆ อย่างระเอียดรอบคอบและถี่ถ้วนเสียก่อน ซึ่งสามารถสรุปได้ดังนี้

ความพร้อมด้านการศึกษา
การสมัครเพื่อเข้าศึกษาต่อในโรงเรียนต่างประเทศ นักศึกษาต่างชาติควรมีผลการเรียนที่ผ่านมาอยู่ในระดับสูง หรือปานกลาง สถาบันการศึกษาทุกระดับยกเว้นหลักสูตรภาษาอังกฤษนั้น จะพิจารณารับนักศึกษา โดยดูจากผลการเรียนที่ผ่านมาของนักศึกษาเป็นปัจจัยสำคัญ สำหรับหลักสูตรปริญญาตรี นักศึกษาควรมีผลการเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายโดยเฉลี่ยอย่างน้อย 2.00 และสำหรับระดับปริญญาโท นักศึกษาควรมีผลการเรียนในระดับปริญญาตรีโดยเฉลี่ยประมาณ 2.50 – 3.00

ความพร้อมด้านภาษาอังกฤษ
เนื่องจากภาษาที่ใช้เป็นสื่อการเรียนการสอนของในต่างประเทศคือ ภาษาอังกฤษ การที่นักศึกษาจะประสบความสำเร็จหรือไม่นั้น ปัจจัยที่มีความสำคัญอย่างยิ่งก็คือ ความรู้ความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ ดังนั้น สถาบันการศึกษาทุกระดับ จะมีข้อกำหนดเกี่ยวกับความสามารถทางภาษาของผู้สมัคร ซึ่งโดยทั่วไปจะพิจารณาจากผล TOFEL หรือ IELTS นักศึกษาที่ตั้งใจไปศึกษาต่อในต่างประเทศจึงต้องมีความพร้อมในเรื่องของภาษา แนวความคิดที่ว่าอยู่ ๆ ไปก็จะใช้ได้เองนั้น คงจะไม่ถูกต้องนัก เนื่องจากรูปแบบของภาษาอังกฤษที่ใช้ในการศึกษาหรือที่เราเรียกกันว่าภาษาอังกฤษเชิงวิชาการนั้น จะมีความแตกต่างจากรูปแบบของภาษาอังกฤษที่จำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวัน

ส่วนทางเลือกในการเตรียมตัว ด้านภาษานั้น ก็คงมีเพียงแค่ 2 ทางคือ การเรียนเพิ่มเติมในประเทศไทย หรือการไปเรียนในหลักสูตรภาษาของสถาบันสอนภาษาในต่างประเทศ การเรียนเพิ่มเติมในประเทศไทย มีข้อดี คือ สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก เนื่องจากอัตราค่าเล่าเรียนของบ้านเราจะไม่แพงมากนัก นอกจากนี้ ถ้านักศึกษาทำงานอยู่ด้วยกันแล้ว การเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติมในประเทศไทย จะไม่ทำให้เราเสียเวลาในเรื่องของประสบการณ์ในการทำงาน อย่างไรก็ดี ต้องยอมรับว่าพัฒนาการด้านภาษาจะช้ากว่าการไปเรียนในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษ ทั้งนี้เนื่องจากสภาพแวดล้อมรอบตัวเรา ไม่ได้บีบบังคับให้เราต้องใช้ภาษาอังกฤษ
ดังนั้นสำหรับ ผู้ที่มีข้อจำกัดในเรื่องของเวลา อาจพิจารณาว่าการไปเรียนโรงเรียนต่างประเทศนั้นเหมาะสมกว่า การเรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษในต่างประเทศมีข้อดี คือ โดยทั่วไปพัฒนาการทางด้านภาษาจะรวดเร็วกว่า เนื่องจากนักศึกษาต้องใช้ชีวิตส่วนใหญ่ โดยการใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อ รวมทั้งเอกสาร การเรียนและวิธีการเรียนการสอนในต่างประเทศย่อมมีความหลากหลายมากกว่า อย่างไรก็ดี ค่าใช้จ่ายในการเรียนหลักสูตรด้านภาษาในต่างประเทศจะค่อนข้างสูง

ความพร้อมด้านทุนทรัพย์
ค่าใช้จ่ายในการไปศึกษาต่อโรงเรียนต่างประเทศจะค่อนข้างสูง เมื่อเปรียบเทียบกับการศึกษาในประเทศไทย การพิจารณาว่าจะไปศึกษาต่อในโรงเรียนต่างประเทศหรือไม่นั้น ควรพิจารณาให้รอบคอบและคำนึงถึงค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่จะต้องใช้ตลอดช่วงการศึกษา ไม่ใช่เพียงแค่ช่วงปีแรก นอกจากนั้นแนวคิดที่จะ “ไปตายเอาดาบหน้า” ก็คงจะไม่เหมาะสมนัก เพราะบางประเทศอาจจะไม่อนุญาตให้นักศึกษาทำงานได้ หรือบางประเทศอาจอนุญาตให้นักศึกษาทำงานได้เฉพาะงานภายในมหาวิทยาลัย แต่ต้องผ่านขั้นตอนต่างๆ มากมาย รวมถึงการขออนุญาตกองตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งจะอนุญาตหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของกองตรวจคนเข้าเมือง ดังนั้นก่อนการตัดสินใจว่าจะไปศึกษาต่อหรือไม่นั้นควรพิจารณาไตร่ตรองให้รอบคอบว่าเรามีทุนทรัพย์เพียงพอต่อการศึกษาหรือไม่ ปัญหาส่วนใหญ่ที่พบเห็นคือนักศึกษาอาจจะต้องใช้เวลาในการศึกษาให้สำเร็จนานกว่าที่คาดไว้ ซึ่งทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้นรวมถึงปัญหาเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา อาจจะทำให้ค่าใช้จ่ายสูงกว่าที่ประเมินไว้ก็เป็นได้

ความพร้อมด้านสุขภาพ
การที่นักศึกษาประสบความสำเร็จในการศึกษาหรือไม่นั้น ปัจจัยที่มีความสำคัญมากที่สุดปัจจัยหนึ่งคือ การมีสุขภาพที่สมบูรณ์และแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ นักศึกษาควรพิจารณาและหาข้อมูลที่เกี่ยวกับสถานที่ที่จะไปศึกษาต่อให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ทั้งในเรื่องภูมิอากาศและภูมิประเทศ ซึ่งจะแตกต่างไปจากสภาพของประเทศไทย สำหรับนักศึกษาที่มีโรคประจำตัวหรือจำเป็นต้องอยู่ใกล้หมอประจำตัว ควรพิจารณาให้รอบคอบว่าเราพร้อมที่จะไปใช้ชีวิตในประเทศอื่นหรือยัง นอกจากนี้การไปพักอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ต่างไปจากเดิม ทั้งวัฒนธรรม ภาษา อาหาร และการใช้ชีวิตที่ต้องห่างจากครอบครัว อาจทำให้เกิดความเหงา เบื่อหน่าย ท้อแท้ อันจะนำไปสู่ความเครียด ซึ่งอาจทำให้เป็นผลเสียต่อการศึกษาได้

ความพร้อมด้านจิตใจ
เราเคยถามตัวเองบ้างหรือเปล่าว่า เราพร้อมที่จะไปศึกษาต่อหรือยัง เหตุผลที่ไปศึกษาต่อครั้งนี้คืออะไร จากประสบการณ์ที่ผ่านมา มีนักศึกษาไทยจำนวนมากที่ไปศึกษาอยู่ในต่างประเทศ โดยที่ยังไม่ได้มีความรู้สึกว่าตนเองพร้อมแล้ว มีนักศึกษาจำนวนมากที่ไปศึกษาอยู่ต่างประเทศ ด้วยเหตุผลที่ว่าคนรอบข้างต้องการให้ไปหรือต้องการตามเพื่อนไปเท่านั้น จากความจริงที่เรามักมีความยินดีที่จะทำในสิ่งต่างๆ และรับผิดชอบต่อการตัดสินใจของตัวเราเองมากกว่าที่จะทำในสิ่งที่คนอื่นเป็นคนตัดสินใจให้ ถึงแม้ว่าจะประสบกับปัญหาใดๆ ก็ตาม เราก็จะมีความอดทนและเพียร พยายามที่จะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น จากสิ่งที่เราเป็นคนตัดสินใจทำเองมากกว่า ดังนั้นเราต้องถามตัวเองด้วยว่าเราพร้อมที่จะไปศึกษาต่อหรือยังและพร้อมที่จะต่อสู้กับปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นตามมาภายหลังมากน้อยแค่ไหน